ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง และต้องเก็บหลักฐานอะไร
คนส่วนใหญ่จ่ายภาษีมากกว่าที่ควรจ่าย ไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่ามีสิทธิลดหย่อน แต่เพราะพอถึงเวลายื่นแล้วหาเอกสารไม่เจอ ใบเสร็จเบี้ยประกันอยู่ในอีเมลเมื่อแปดเดือนก่อน ยอดบริจาคจำไม่ได้ว่าเท่าไร หนังสือรับรองดอกเบี้ยบ้านยังไม่ได้ขอจากธนาคาร
บทความนี้อธิบายว่าโครงสร้างการคำนวณภาษีทำงานอย่างไร รายการลดหย่อนหลักมีอะไรบ้าง และแต่ละรายการต้องใช้หลักฐานอะไร
ภาษีคำนวณจากอะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้คิดจากรายได้ทั้งก้อน แต่คิดเป็นลำดับขั้น เริ่มจากเงินได้พึงประเมินทั้งปี หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ (เงินเดือนหักได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) แล้วจึงหักค่าลดหย่อนอีกชั้นหนึ่ง ที่เหลือคือเงินได้สุทธิ ซึ่งเอาไปเข้าอัตราภาษีแบบขั้นบันได
จุดที่คนพลาดคือชั้นที่สอง ค่าใช้จ่ายหักให้อัตโนมัติ แต่ค่าลดหย่อนต้องกรอกเอง และต้องมีหลักฐานถ้าถูกเรียกตรวจ
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
| รายการ | วงเงินที่ใช้กันทั่วไป | หลักฐาน |
|---|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 บาท | ไม่ต้องใช้ ระบบให้อัตโนมัติ |
| คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ | 60,000 บาท | ทะเบียนสมรส |
| บุตร | 30,000 บาทต่อคน | สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน |
| บิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไป | 30,000 บาทต่อคน | หนังสือรับรองการหักลดหย่อน (ล.ย.03) |
| ประกันสังคม | ตามที่จ่ายจริง | หนังสือรับรองจากนายจ้างหรือ สปส. |
ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
- เบี้ยประกันชีวิตของตัวเอง ใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง โดยทั่วไปไม่เกิน 100,000 บาท และกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเอง ใช้ได้อีกส่วนหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วมักถูกจำกัดที่เพดานเดียวกัน
- เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา มีวงเงินแยกต่างหาก และใช้ได้แม้พ่อแม่จะอายุไม่ถึง 60 ปี
หลักฐานคือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันจากบริษัทประกัน ซึ่งปกติส่งมาทางอีเมลช่วงต้นปี ไม่ใช่ใบเสร็จรายเดือน
กองทุนที่ใช้ลดหย่อนได้ และที่ใช้ไม่ได้แล้ว
ส่วนนี้เปลี่ยนบ่อยที่สุด และเป็นจุดที่ข้อมูลเก่าตามเน็ตทำให้คนเข้าใจผิดมากที่สุด
- RMF ยังใช้ลดหย่อนได้ คิดเป็นสัดส่วนของเงินได้พึงประเมิน และนับรวมอยู่ในเพดานรวมของกลุ่มการออมเพื่อเกษียณ ซึ่งรวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันบำนาญด้วย
- SSF ปิดรับซื้อหน่วยลงทุนใหม่เพื่อสิทธิลดหย่อนตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 หน่วยที่ซื้อไว้ก่อนหน้านั้นยังถือต่อได้ตามเงื่อนไขเดิม แต่การซื้อใหม่ไม่ได้สิทธิแล้ว
- Thai ESG เข้ามาแทนที่ในบทบาทนี้ มีวงเงินของตัวเองและไม่นับรวมกับเพดานกลุ่มเกษียณ เงื่อนไขระยะเวลาถือครองต่างจาก SSF เดิม
ดอกเบี้ยบ้านและเงินบริจาค
ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง โดยทั่วไปไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ธนาคารจะออกหนังสือรับรองดอกเบี้ยให้ปีละครั้ง บางแห่งต้องเข้าไปกดขอในแอปเอง ไม่ได้ส่งมาให้อัตโนมัติ
เงินบริจาคหักได้ตามที่บริจาคจริงแต่ไม่เกินสัดส่วนที่กำหนดของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น การบริจาคให้สถานศึกษา โรงพยาบาลรัฐ และองค์กรบางประเภทหักได้เป็นสองเท่า ต้องมีใบอนุโมทนาบัตรหรือหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Donation
ปีภาษี 2569 มีอะไรเปลี่ยน
มีตัวเลขหนึ่งที่ขยับ และเป็นตัวเลขที่บทความส่วนใหญ่ยังไม่ได้อัปเดต เพดานเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มจาก 15,000 บาทต่อเดือน เป็น 17,500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 อัตรายังคงเป็น 5% เท่าเดิม เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนจึงเพิ่มจาก 750 เป็น 875 บาท และยอดที่ใช้ลดหย่อนได้ทั้งปีเพิ่มจาก 9,000 เป็น 10,500 บาท
ตัวเลขนี้ไม่ได้ใหญ่ในตัวมันเอง แต่สำคัญตรงที่ ถ้าโปรแกรมคำนวณหรือบทความไหนยังแสดง 9,000 บาทสำหรับปีภาษี 2569 แปลว่ากำลังใช้เกณฑ์ของปีก่อน และตัวเลขเพดานอื่น ๆ ในหน้านั้นก็ควรถูกตั้งคำถามเช่นกัน
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติเงินเดือนรวมทั้งปี 600,000 บาท หรือเดือนละ 50,000 บาท มีเงินสมทบประกันสังคม และไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนอื่นเลย
| ขั้นตอน | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| เงินได้พึงประเมิน | 600,000 |
| หักค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกินเพดาน) | -100,000 |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | -60,000 |
| หักประกันสังคม | -10,500 |
| เงินได้สุทธิที่ใช้คำนวณภาษี | 429,500 |
| ภาษีทั้งปี | 20,450 |
เงินได้สุทธิ 429,500 บาท ไม่ได้ถูกคิดภาษีในอัตราเดียว 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนถัดไป 150,000 บาทเสียในอัตรา 5% (7,500 บาท) และส่วนที่เหลืออีก 129,500 บาทเสียในอัตรา 10% (12,950 บาท) รวมเป็น 20,450 บาท
ทีนี้ลองซื้อ RMF 100,000 บาท และจ่ายเบี้ยประกันชีวิต 30,000 บาท ค่าลดหย่อนรวมจะเพิ่มเป็น 200,500 บาท เงินได้สุทธิลดเหลือ 299,500 บาท และภาษีลดเหลือ 7,475 บาท เท่ากับใช้สิทธิเพิ่ม 130,000 บาท แล้วประหยัดภาษีได้ 12,975 บาท
เอกสารที่ควรเก็บระหว่างปี
การยื่นภาษีจะง่ายขึ้นมากถ้าเก็บของพวกนี้ไว้ตั้งแต่ตอนได้รับ แทนที่จะมาไล่หาตอนเดือนมีนาคม
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากนายจ้างและจากผู้ว่าจ้างทุกราย
- หนังสือรับรองเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพทุกกรมธรรม์
- หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคาร
- หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนจาก บลจ.
- ใบอนุโมทนาบัตรหรือหลักฐาน e-Donation
- รายการเดินบัญชีที่แสดงว่าจ่ายจริง เผื่อกรณีถูกขอหลักฐานเพิ่ม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- พี่น้องสองคนใช้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาคนเดียวกัน ใช้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น และระบบของกรมสรรพากรตรวจพบการซ้ำซ้อน
- ยื่นใบเสร็จเบี้ยประกันรายเดือนแทนหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันประจำปี เอกสารที่ใช้ได้คือหนังสือรับรองประจำปี
- เข้าใจว่า SSF ยังลดหย่อนได้ ซึ่งใช้ไม่ได้แล้วสำหรับหน่วยลงทุนที่ซื้อตั้งแต่ 1 มกราคม 2568
- ไม่ได้ขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยจากธนาคาร หลายธนาคารออกให้เมื่อร้องขอผ่านแอปเท่านั้น
- บริจาคเป็นเงินสดโดยไม่เก็บใบเสร็จ ใช้ระบบ e-Donation จะถูกบันทึกให้อัตโนมัติและไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร
- ปล่อยไว้จนถึงเดือนมีนาคม ทุกรายการข้างต้นขอได้ง่ายกว่ามากระหว่างปี เทียบกับตอนที่ปีภาษีจบไปแล้ว
กำหนดเวลายื่น
ยื่นแบบกระดาษได้ถึงสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป ส่วนการยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรมักขยายให้ถึงต้นเดือนเมษายน ถ้ามีภาษีต้องชำระเพิ่มและยอดถึงเกณฑ์ สามารถขอผ่อนชำระได้
อ่านต่อ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ต้องยื่นภาษีไทยไหม
หลักเกณฑ์ 180 วัน วงเงินที่ต้องยื่น และความหมายของเงินที่นำเข้าประเทศ พร้อมตัวอย่างคำนวณสำหรับผู้เกษียณ ผู้ถือ DTV พนักงาน และนักลงทุน
การจัดการเงินส่วนตัว
บันทึกรายรับรายจ่ายแบบไหนถึงทำได้นาน
เปรียบเทียบวิธีบันทึกรายรับรายจ่าย ทั้งจดเอง ใช้สเปรดชีต และดึงจากรายการเดินบัญชี พร้อมเหตุผลว่าทำไมส่วนใหญ่ถึงเลิกกลางคัน